ตอนที่ 1 อรัมภบท
เริ่มต้นด้วยนิยามของคำว่ารัก หลายต่อหลายคนเรียกความรักทั้งหมดของชีวิต และอีกหลายคนรู้จักความรักว่าคือมารร้าย อย่างไรหล่ะ เหตุได้จึงมองต่างกันราวฟ้ากับดิน คำตอบอยู่ในใจของคน ๆ นั้น ประสบการณ์ในชีวิตของคนเราต่างการโดยสิ้นเชิง บางคนพบรักแรกตอนอนุบาลจดจำได้ดีจนกระทั้งโต กับอีกบางคนมีรักแรกแล้วก็เป็นรักเดียวของเขา โอ้!!!!!! น้อยคนนักที่เป็นแบบนี้
เช้าวันจันทร์กับฟ้าหลังฝนกระหน่ำหนักเมื่อคืนที่ผ่านมา เสียงน้องร้องต้อนรับวันใหม่กันอย่างคึกคักประดหนึ่งว่าเรื่งอร้าย ๆ ได้ผ่านพ้นไป ฉันตื่นขึ้นด้วยความรู้สึกว่าทุกอย่างว่างเปล่า อย่างไรหล่ะก็วันนี้วันจันทร์ไม่ใช่เหรอ อ้อ ต้องไปทำงานแล้ว "เมื่อคนฝนตกหนักจัง ค่อยยังชั่วที่หยุดได้ ไม่งั้นไปทำงานไม่ทันแหง ๆ อาบน้ำดีกว่า" กับเช้าวันจันทร์แบบนี้อยากให้มีวันอาทิตย์สักสามวันจัง ทุกวันของฉันมักมีความรุ้สึกแบบนี้เสมอ เพราะอะไรน่ะทำไมมันไม่อยากทำอะไรเลย
เริ่มต้นด้วยนิยามของคำว่ารัก หลายต่อหลายคนเรียกความรักทั้งหมดของชีวิต และอีกหลายคนรู้จักความรักว่าคือมารร้าย อย่างไรหล่ะ เหตุได้จึงมองต่างกันราวฟ้ากับดิน คำตอบอยู่ในใจของคน ๆ นั้น ประสบการณ์ในชีวิตของคนเราต่างการโดยสิ้นเชิง บางคนพบรักแรกตอนอนุบาลจดจำได้ดีจนกระทั้งโต กับอีกบางคนมีรักแรกแล้วก็เป็นรักเดียวของเขา โอ้!!!!!! น้อยคนนักที่เป็นแบบนี้
เช้าวันจันทร์กับฟ้าหลังฝนกระหน่ำหนักเมื่อคืนที่ผ่านมา เสียงน้องร้องต้อนรับวันใหม่กันอย่างคึกคักประดหนึ่งว่าเรื่งอร้าย ๆ ได้ผ่านพ้นไป ฉันตื่นขึ้นด้วยความรู้สึกว่าทุกอย่างว่างเปล่า อย่างไรหล่ะก็วันนี้วันจันทร์ไม่ใช่เหรอ อ้อ ต้องไปทำงานแล้ว "เมื่อคนฝนตกหนักจัง ค่อยยังชั่วที่หยุดได้ ไม่งั้นไปทำงานไม่ทันแหง ๆ อาบน้ำดีกว่า" กับเช้าวันจันทร์แบบนี้อยากให้มีวันอาทิตย์สักสามวันจัง ทุกวันของฉันมักมีความรุ้สึกแบบนี้เสมอ เพราะอะไรน่ะทำไมมันไม่อยากทำอะไรเลย
"อาบน้ำเสร็จแล้วเดียวต้องแวะซื้อกาแฟทานหน่อย ไม่งั้นตายแน่ ๆ ง่วงตั้งแต่หลังตื่นนอนเลนเรา"
ฉันเดินออกจากบ้านด้วยความรู้สึกว่างเปล่าอย่างเคยชินทุกวันของฉันไม่ต่างกันเลย คือว่างเปล่า......................
"สวัสดีค่ะพี่ขอกาแฟเหมือนเดิมค่ะ"
ได้กาแฟแล้วเป้าหมายต่อไปคือที่ทำงาน ฉันขับรถไปเรื่อย ๆ กับกาแฟแก้วโปรด เป็นอย่างนี้มาหลายปีแล้วน่ะเหมือนว่าชีวิตมันขาดอะไรไปซักอย่าง ฉันเป็นหุ้นส่วนของบริษัทออกแบบตกแต่ภายในที่เพิ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อปีที่แล้วโดยมีหุ้นส่วนทั้งหมดสามคนคือฉันกับเพื่อนอีกสองคน คนหนึ่งคือ "หวาน" สวยหวานตามชื่อจริง ๆ หวานเป็นเพื่อนกับฉันตั้งแต่เรียนประถมเพราะว่าบ้านเราอยู่ใกล้กัน แต่หลังจากที่สอบเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยได้หวานต้องย้ายไปอยู่ที่เชียงใหม่ เราพบกันอีกครั้งหลังจากที่ต่างคนต่างเรียนจบ แน่นอนว่าฉันสอบเข้าเรียนต่อมหาวิทยาลัยในกรุงเทพนี้เอง แต่เรื่องที่ดีก็คือเราสองคนเรียนคณะเดียวกันแค่ต่างมหาวิทยาลัยเท่านั้นเอง พักเรื่องหวานเอาไว้ก่อนก็แล้วกัน ใกล้ถึงบริษัทแล้ว เอาหล่ะแล้วพรุ่งนี้จะมาเล่าเรื่องหวานต่อ แล้วก็จะไม่ลืมหุ้นส่วนอีกคนหนึ่ง ขอบอกว่าคนนี้แมนมาก ๆ.
